มึนเช่น 1974 (2) : ราชันไร้บัลลังก์ และ ความแข็งแกร่งที่เหนือความสวยงาม

WC 2018 History [ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก]มึนเช่น 1974 (2) : ราชันไร้บัลลังก์ และ ความแข็งแกร่งที่เหนือความสวยงาม

เป็นฟุตบอลโลกครั้งที่เน้นแท็คติก และการวางแผน เราได้เห็นการฮั้วกันเข้ารอบของสองเยอรมัน คือ เยอรมันตะวันตก และ เยอรมันตะวันออก เพียงเพราะเจ้าภาพไม่อยากจะเข้าไปเจอกับเต็งหนึ่งอย่าง ฮอลแลนด์ ก่อนนัดชิงเท่านั้น

กลุ่มที่สอง บราซิล ยูโกสลาเวีย และ สก็อตแลนด์ เสมอกันหมดทั้งสามทีม ทำให้การเข้ารอบ ต้องดูว่า ทีมใดถล่ม ซาอีร์ ได้มากกว่ากัน ซึ่ง ยูโกสลาเวีย ยิงไป 9, บราซิล ซัด 3 เม็ด ทำให้สก็อตแลนด์ ที่ชนะไปแค่ 2-0 ต้องตกรอบทั้งที่ไม่แพ้ใครเลย

ส่วนโปแลนด์ ในกลุ่มที่สี่ ถือว่าเป็นม้ามืดที่เล่นได้เด่นมาก พวกเขาสามารถเอาชนะสองทีมเต็งอย่าง อาร์เจนติน่า และ ‘รองแชมป์เก่า’ อิตาลีไปได้ ส่งอัซซูรี่ ตกรอบแรกไป และ อาร์เจนติน่า ตามเข้ามาเป็นอันดับสอง เช่นเดียวกันกับ ฮอลแลนด์ และ สวีเดน ในกลุ่มที่สาม

คราวนี้มีการเปลี่ยนระบบในรอบแปดทีมสุดท้าย โดยเอา 8 ทีมที่เข้ารอบมาแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีมเตะพบกันหมด และเอาแค่ทีมชนะของแต่ละกลุ่ม เข้าไปชิงชนะเลิศ ส่วนรองแชมป์กลุ่ม มาชิงที่สามกัน ซึ่งเป็นความบังเอิญ ที่นัดสุดท้ายของกลุ่มเอ บราซิล และ ฮอลแลนด์ ชนะรวดต่อ อาร์เจนติน่า และ เยอรมันตะวันออก มาทั้งคู่ การเจอกันของ แชมป์เก่า และเต็งหนึ่ง คือนัดที่น่าจดจำ ก่อนที่ฮอลแลนด์ จะประกาศให้โลกรู้ว่า พวกเขาคือของจริง เมื่อจัดการกับ บราซิลไปได้ 3-1 ผ่านเข้าไปเจอกับ ‘เจ้าภาพ’ เยอรมันตะวันตก ที่เชือดชนะ โปแลนด์ มาในนัดชะตาเช่นกัน

นัดชิงชนะเลิศ เป็นการซ้ำรอยปี 1954 อีกครั้ง เมื่อเยอรมันตะวันตก เจ้าภาพ ที่เป็นรองเพราะต้องมาเจอกับทีมที่ดีที่สุดในโลกในสมัยนั้น (ปี 1954 คือ ฮังการี) พวกเขาโชว์ความแข็งแกร่งและเลือดนักสู้สไตล์ เยอรมัน ไล่ตามจากที่โดยฮอลแลนด์นำไปตั้งแต่นาทีที่สอง จากจุดโทษของ นีสเก้น แต่สองประตูของ พอล ไบรท์เนอร์ กับ แกร์ด มุลเลอร์ ก็ยิงพาอินทรีเหล็ก คว้าแชมป์โลกสมัยที่สองมาครองได้สำเร็จ

โยฮันน์ ครอยฟ์ นักเตะเทวดาของทีมสีส้ม ได้เจอกับการประกบอย่างมีวินัยของ ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ ที่ครั้งนี้เปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหลัง เมื่อครอยฟ์ เล่นไม่ได้ ฮอลแลนด์ก็อ่อนลงไปอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม โลกก็ได้จารึกว่า ฮอลแลนด์ชุดปี 1974 คือทีมที่ดีที่สุดในโลก แต่พลาดท่า ไม่ได้แชมป์โลก เท่านั้นเอง

สรุปการแข่งขัน
แชมป์โลก: เยอรมันตะวันตก (สมัยที่สอง)
รองแชมป์โลก: ฮอลแลนด์
อันดับสาม: โปแลนด์
อันดับสี่: บราซิล
ดาวยิงสูงสุด: 7 ประตู เกรซ์กอร์ ลาโต้ (โปแลนด์)
5 ประตู อังเดรย์ ชาร์มาช (โปแลนด์)
5 ประตู โยฮันน์ นีสเก้น (ฮอลแลนด์)

สนามแข่ง 9 สนาม (9 เมือง)
จำนวนนัด/ประตู 38 นัด/97 ลูก (เฉลี่ย 2.55 ประตูต่อนัด)
ผู้ชม 1,865,762 คน (เฉลี่ย 49,099 ต่อนัด)

สตาร์ในการแข่งขัน 
ฟร้านซ์ เบคเค่นบาวเออร์, แกร์ด มุลเลอร์, อูลี่ เฮอาร์เนส (เยอรมันตะวันตก)
โยฮันน์ ครอยฟ์, โยฮันน์ นีสเก้น, รุดด์ ครอล (ฮอลแลนด์)
ริเวลลิโน่, แจร์ซินโญ่ (บราซิล) เกรซ์กอร์ ลาโต้ (โปแลนด์)
ฟาบิโอ คาเปลโล่, ดิโน่ ซอฟฟ์ (อิตาลี) โจ จอร์แดน (สก็อตแลนด์)

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...