แชมป์โลกสามสมัย และทีมแชมป์ที่แกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์

WC 2018 History [ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก]

อังกฤษ 1970 (2) : แชมป์โลกสามสมัย และทีมแชมป์ที่แกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์

ฟุตบอลโลกครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่นำระบบ ‘ใบเหลือง-ใบแดง’ มาใช้ โดยผู้ที่คิดค้น ก็คือ เคน แอสตัน กรรมการชาวอังกฤษ ที่ทำหน้าที่ในนัดอื้อฉาว ‘สงครามแห่งซานติอาโก้’ ระหว่าง ชิลี กับ อิตาลี ในฟุตบอลโลก 1962 นั่นเอง โดย แอสตัน ได้ความคิดมาจากการขับรถติดไฟแดง เลยเอาสัญญาณไฟมาใช้ซะเลย

การมีใบเหลืองใบแดง ทำให้เกมการเข่งขัน โหดน้อยลงกว่าสองครั้งที่ผ่านมามาก และการยิงประตูก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย แม้ว่าการแข่งขันโดยมาก จะเตะกันตอนเที่ยง เพราะเหตุผลเรื่องเวลาถ่ายทอดสดกลับไปที่ยุโรป และสภาพอากาศที่เบาบางของ เม็กซิโก ก็ตาม

เจ้าภาพเม็กซิโก สามารถเข้ารอบสองไปได้พร้อม สหภาพโซเวียต ทำให้เบลเยี่ยม ที่แม้จะได้ชัยชนะในฟุตบอลโลกเหนือ เอล ซัลบาดอร์ ต้องตกรอบแรกไปอยู่ดี ส่วน อิตาลีกับ อุรุกวัย ในกลุ่มที่สองก็ไม่มีปัญหาในการเข้ารอบ เช่นเดียวกับ เยอรมันตะวันตก และเปรู ในกลุ่มที่สี่

แต่ทั้งนี้ ฟอร์มโหดสุด ก็ต้องยกให้ ‘แซมบ้า’ บราซิล ที่มีสตาร์ดังทั้ง เปเล่ เกอร์สัน ทอสเทา แจร์ซินโญ่ และ คาร์ลอส อัลเบร์โต้ พวกเขาเก็บชัยชนะสามนัดรวด ผ่านเข้ารอบแบบสบายๆ โดยให้อังกฤษ แชมป์เก่า กระเสือกกระสนตามเข้ามา

ในรอบน็อคเอาท์ บราซิล สามารถเอาชนะ เปรู และอุรุกวัย สองทีมร่วมทวีปได้ในรอบ 8 ทีม และสี่ทีมสุดท้ายตามลำดับ ผ่านเข้าชิงชนะเลิศแบบสบายๆ ในขณะที่อีกสาย ที่สามมหาอำนาจยุโรป เตะกันแบบดราม่า เยอรมันตะวันตก สามารถล้างแค้นเอาชนะคู่ปรับเก่า อังกฤษ ไปได้ในการต่อเวลา ผ่านเข้ามาเจอกับ อิตาลี ที่เล่นกันอย่างเมามันและเสมอกันไป 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษอีกครั้ง และก็เป็นอิตาลี ที่นำทีมโดย ลุยจิ ริว่า, ซานโดร มัซโซล่า และ จานนี่ ริเวร่า เอาชนะไปได้ 4-3 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

แม้ว่านัดชิง จะเป็นการเจอกันของสองทีมที่เป็น ‘ที่สุด’ ของโลก คือบราซิล ที่มีแนวรุกอันตรายที่สุด เจอกับ อิตาลี เจ้าของเกมรับที่แข็งแกร่งที่สุด และทั้งคู่เป็นแชมป์โลกมาแล้วทีมละสองสมัย มันคือ ‘ดรีมไฟน่อล’ ที่แท้จริง

แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ที่เป็นปัญหาของทีมจากยุโรป, สภาพร่างกายของผู้เล่นที่อิตาลี ที่บดกับเยอรมันตะวันตกจนไม่เหลือชิ้นดี และความยอดเยี่ยมเกินบรรยายของ บราซิล ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมชุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทำให้ บราซิล เอาชนะไปได้ 4-1 คว้าแชมป์โลกสมัยที่สาม และได้ถ้วย ‘ฌูลส์ ริเมต์’ ไปครอบครองเป็นการถาวร

สรุปการแข่งขัน
แชมป์โลก: บราซิล (สมัยที่สาม)
รองแชมป์โลก: อิตาลี
อันดับสาม: เยอรมันตะวันตก
อันดับสี่: อุรุกวัย
ดาวยิงสูงสุด: 10 ประตู แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก)
7 ประตู แจร์ซินโญ่ (บราซิล)

สนามแข่ง 5 สนาม (5 เมือง)
จำนวนนัด/ประตู 32 นัด/95 ลูก (เฉลี่ย 2.97 ประตูต่อนัด)
ผู้ชม 1,604,065 คน (เฉลี่ย 50,127 ต่อนัด)

สตาร์ในการแข่งขัน 
เปเล่, แจร์ซินโญ่, ทอสเทา และ คาร์ลอส อัลเบร์โต่(บราซิล)
จานนี่ ริเวร่า, ลุยจิ ริเวร่า, ซานโดร มัสโซล่า และ จาชินโด้ ฟากเชตติ (อิตาลี)
แกร์ด มุลเลอร์ และ ฟร้านซ์ เบคเค่นบาวเออร์ (เยอรมันตะวันตก)
เตโอฟิโล กูบีญาส์ (เปรู)

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...