ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกอังกฤษ 1966 (2) : แชมป์สุดกังขาของสิงโตคำราม

WC 2018 History [ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก] อังกฤษ 1966 (2) : แชมป์สุดกังขาของสิงโตคำราม

แท็คติกการเน้นเกมรับได้กลายมาเป็นที่นิยมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทำให้การยิงประตูเฉลี่ย เท่ากันกับการแข่งขันในปี 1962 ที่ชิลีเป๊ะๆ และอังกฤษ ของ เซอร์อัลฟ์ แรมซีย์ ก็แสดงให้เห็นว่า ต่อให้เป็นเจ้าภาพ ก็ไม่ต้องเน้นเอนเตอร์เทนแฟนๆมากเท่าผลงาน ทำให้สิงโตคำราม ลงสนามในรอบแรก 3 นัด ยิงไปได้แค่ 4 ประตุเท่านั้น แต่ไม่เสียประตูเลย ควงคู่อุรุกวัยเข้ารอบไปได้แบบชิลๆ

สำหรับกลุ่มสอง ที่มี เยอรมันตะวันตก และอาร์เจนติน่า ทีมฟ้าขาว ยังคงติดสไตล์เตะโหดมาจากฟุตบอลโลกครั้งก่อน และไล่หวดเยอรมันตะวันตก เสียสนุก จนผู้ตัดสินต้องอัญเชิญ ราฟาเอล อัลเบรทช์ ออกจากสนามไป ทั้งคู่เสมอกัน 0-0 และเข้ารอบไปทั้งคู่

แต่กลุ่มสาม และกลุ่มสี่ต่างหากที่ไม่ปกติ เมื่อ บราซิล แชมป์เก่า ที่ขาดเปเล่ที่ได้รับบาดเจ็บอีกแล้ว พลาดท่าโดนฮังการี ที่ตอนนี้เป็นขาลง เอาชนะไปได้ 3-1 และต้องมาชี้ชะตาด้วยการชนะ โปรตุเกส ของ ยูเซบิโอ้ ให้ได้ แต่พวกเขากลับโดนยิงพ่ายไป 3-1 ตกรอบแรกไปอย่างบอบช้ำ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับ ‘อัซซูรี่’ อิตาลี ที่โดนต้องตกรอบแรกด้วยการพ่ายทีมจากเอเชีย คือ เกาหลีเหนือ ไปแบบไม่มีใครคาดคิด 1-0 เมื่อรวมกับที่พวกเขาแพ้ โซเวียตมาก่อนแล้ว ทำให้ อิตาลี ต้องโบกมือลา และ เกาหลีเหนือ ที่เข้ารอบไปกับโซเวียต กลายเป็นทีมแรก ที่ไม่ได้มาจาก ยุโรป และ อเมริกาใต้ ที่สามารถผ่านรอบแรกได้สำเร็จ

ในรอบน็อคเอาท์นั้น อังกฤษ สามารถเอาชนะ อาร์เจนติน่า ในแบบที่ผู้เล่นฟ้าขาว อันโตนิโอ รัตติน หัวเสียโดนไล่ออก แต่ไม่ยอมเดินออกจากสนาม ต้องให้ตำรวจมาหิ้วตัวออกไป ซึ่งนัดนึ้คือปฐมบทการเป็นอริกันของ อังกฤษ และอาร์เจนติน่า ที่จะมีภาคต่อๆมาอีกหลายนัด

โปรตุเกส หยุดความมหัศจรรย์ของเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับ โซเวียต และเยอรมันตะวันตกที่เข้ารอบรองฯได้สำเร็จ ซึ่ง ยูเซบิโอ้ ได้กลายเป็นผู้เล่นคนแรก ที่สามารถยิงประตูอังกฤษได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่ทีมของเขาก็พ่ายให้กับเจ้าภาพไป 1-2 ทำให้อังกฤษ ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ เยอรมันตะวันตก ที่เอาชนะสหภาพโซเวียตได้ด้วยสกอร์เดียวกัน

ในนัดชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ มีเหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุด คือลูกยิงประตูของ เจฟฟ์ เฮิร์ส ที่ตกลง “บนเส้นประตู” และเป็นที่ถกเถียงกันว่า ลูกได้เข้าไปหรือยัง (เถียงกันจนทุกวันนี้) แต่อังกฤษได้ประโยชน์ไป และสามารถยิงตอกฝาโลงได้อีกลูก ปิดฉากชัยชนะในช่วงทดเวลาเจ็บไปได้ 4-2 คว้าแชมป์มาครองในบ้านตัวเองได้สำเร็จ และเป็นครั้งเดียวที่ต้นตำรับฟุตบอล คว้าแชมป์โลกได้

สรุปการแข่งขัน
แชมป์โลก: อังกฤษ (สมัยแรก)
รองแชมป์โลก: เยอรมันตะวันตก
อันดับสาม: โปรตุเกส
อันดับสี่: สหภาพโซเวียต
ดาวยิงสูงสุด: 9 ประตู ยูเซบิโอ้ (โปรตุเกส)
6 ประตู เฮลมุท ฮัลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก)

สนามแข่ง 8 สนาม (7 เมือง) 
จำนวนนัด/ประตู 32 นัด/89 ลูก (เฉลี่ย 2.78 ประตูต่อนัด)
ผู้ชม 1,563,135 คน (เฉลี่ย 48,848 ต่อนัด)

สตาร์ในการแข่งขัน

ยูเซบิโอ้ (โปรตุเกส)
เจฟฟ์ เฮิร์ส (อังกฤษ)
เลฟ ยาชินต์ (รัสเซีย)
ฟร้านซ์ เบคเค่นบาวเออร์ (เยอรมันตะวันตก)

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...