‘หงส์’ ้เก็บสามแต้ม ไล่จี้ติด , ‘ปืน’ หยุดสถิติ ‘ผี’ แซงขึ้นที่ 4 , ‘สิงห์’ เจ๊าหวิดท้ายเกม

หลังเกมพรีเมียร์ลีก อาทิตย์ที่ 10 มี.ค.:
‘หงส์’ ้เก็บสามแต้ม ไล่จี้ติด , ‘ปืน’ หยุดสถิติ ‘ผี’ แซงขึ้นที่ 4 , ‘สิงห์’ เจ๊าหวิดท้ายเกม

อาร์เซน่อล (อันดับ 5) 2-0 แมนฯยูฯ (อันดับ 4)

บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ และเป็นการเดิมพันอันดับ 4 ด้วย โดยทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันไปในศึก เอฟเอคัพ ที่ แมนฯยูฯ บุกมาชนะได้ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี่ยมแห่งนี้ได้ 3-1 แต่วันนี้สถานการณ์ดูจะเปลี่ยนไป อาร์เซน่อล ขึ้นนำก่อนในครึ่งแรก จากการยิงไกลของ กรานิท ชาก้า ที่ ดาบิด เด เกอา นายประตูผี หลงเหลี่ยม พุ่งไปคนละทางอย่างน่าแปลกใจ

ครึ่งหลัง เป็น แมนฯยูฯ ที่บุกได้เยอะกว่า และยิงชนเสาไปอีกลูก (หลังจากครึ่งแรกยิงชนคาน) แต่ตัวเก่งอย่าง ป็อกบา และ ลูกากู โดนประกบติดทีเดียว 2-3 คน ทำให้เล่นไม่ออก มิน้ำซ้ำ ยังมาโดนลูกจุดโทษ ที่ เอริก บาญี่ ไปฟาล์วใส่ ลากาแซต และ โอบาเมยัง ยิงเข้าไป เป็นประตูที่ 17 ของหัวหอกชางกาบอง จบเกม อาร์เซน่อล เอาชนะไปได้สนุก 2-0 เก็บสามแต้ม แซงหน้า แมนฯยูฯ ขึ้นไปอยู่อันดับ 4 และ ตามหลังทีมอันดับสามอย่าง สเปอร์ แค่คะแนนเดียวแล้ว

แมนฯยูฯ หยุดสถิติไร้พ่าย ตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมเอาไว้ที่ 12 นัด
– อาร์เซน่อล เก็บแต้มจากการเจอกับทีม ‘บิ๊กซิกซ์‘ ในฤดูกาลนี้ได้ถึง 12 แต้ม จาก 10 นัด (ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 4) เพิ่มจากปีก่อน ที่เก็บได้แค่ 6 แต้ม
– นี่คือนัดแรกในรอบ 22 นัด ที่ แมนฯยูฯ ไม่สามารถยิงประตูได้ยามออกไปเยือน

ลิเวอร์พูล (อันดับ 2) 4-2 เบิร์นลีย์ (อันดับ 17)

ถือเป็นเกมที่พลิกไปพลิกมา และไม่ง่ายเลยสำหรับ ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ที่ต้องการสามแต้มเพื่อไล่บี้จี้ติด แมนฯซิตี้ และทีมเยือนก็สามารถยิงนำไปก่อนได้ด้วยจาก เวสต์วูด ก่อนที่ เฟร์มิโน่ กับ มาเน่ จะยิงให้ลิเวอร์พูล แซงกลับมานำได้ 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก

เปิดฉากครึ่งหลัง เฟร์มิโน่ มายิงลูกที่สองของตัวเขาเองให้ทีมนำห่าง 3-1 เกมเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ในนาทีแรกของทดเวลาเช็บ กุดมุนส์สัน ก็มายิงให้เบิร์นลีย์ ไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 แต่แล้ว มาเน่ ก็ไม่ทำให้สาวกหงส์แดงต้องลุ้นนาน เมื่อเขาจัดการบวกประตูที่ 4 ปิดฉากให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 4-2 ไล่ แมนฯซิตี้ เหลือ 1 แต้ม

– นี่คือนัดที่ 4 แล้วที่ ลิเวอร์พูลพลิกกับมาเก็บสามแต้มได้ แม้จะโดน ยิงนำไปก่อน และพวกเขาเก็บไปถึง 73 คะแนน จาก 30 เกม มากที่สุดนับจากปี 1987-88 ที่พวกเขาคว้าแชมป์
– มาเน่ ยิงได้ 6 นัดติดที่ ลิเวอร์พูล ลงเล่นแอนฟิลด์ ส่วน เฟร์มิโน่ มีส่วนในลูกยิงของทีมเป็นลูกที่ 100 (ยิง 63 จ่าย 37)
– แต่ขณะเดียวกับ โม ซาลาห์ ไม่สามารถทำประตูได้ ทำให้เขาไม่สามารถแซง อลัน เชียร์เรอร์ ขึ้นเป็นนักเตะที่ยิงครบ 50 ประตูได้ไวที่สุด ตอนนี้ เชียร์เรอร์ ยิงไป 50 ลูกในนัดที่ 66 ที่ลงสนาม แต่ ซาลาห์ ยิงได้ 49 ลูกจาก 66 นัด

เชลซี (อันดับ 6) 1-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน (อันดับ 7)

ประตูในช่วงทดเวลาเจ็บของ เอด็อง อาซาร์ ช่วยให้ทีม ‘สิงโตน้ำเงิน‘ เชลซี รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในบ้านอย่างหวุดหวิด หลังโดน ราอูล ฆิเมเนซ ยิงให้ ‘ราชาหมาป่า’ วูล์ฟแฮมป์ตัน ยิงให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน

เชลซี เก็บได้แค่แต้มเดียว ทำให้พวกเขายังอยู่อันดับ 6 เหมือนเดิม ยังตามหลัง แมนฯยู อยู่หนึ่งคะแนน ส่วน วูล์ฟ แม้จะมีอันดับที่ติดกับ เชลซี แต่ทั้งสองทีมมีแต้มห่างกันอยู่ถึง 13 คะแนนเลยทีเดียว!

– วูล์ฟ สามารถเก็บแต้มจากทีมในกลุ่ม ‘บิ๊กซิกซ์‘ ได้ถึง 10 คะแนน (ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 3) มากกว่าทุกทีมที่เหลือ ถือว่าเหมาะสมที่อยู่อันดับ 7 จริงๆ
– นับจากโดน แมนฯซิตี้ ทิ้งบอมบ์ไปย่อยยับ 6-0 เชลซีก็ยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกอีกเลย โดยทำสถิติชนะ 2 เสมอ 2
เอด็อง อาซาร์ ยิงประตูที่ 50 ในการลงสนามที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มากเป็นอันดับ 3 เป็นรองแค่ แฟร้งก์ แลมพาร์ท และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เพียงสองคนเท่านั้น

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...