หลังเกมแชมเปี้ยนส์ลีก: ‘เมสซี่-ซัวเรซ’ รัวยิง ‘บาร์ซ่า’ พิฆาต ‘หงส์’ แหลก 3-0 โอกาสชิงสดใส

หลังเกมแชมเปี้ยนส์ลีก:
‘เมสซี่-ซัวเรซ’ รัวยิง ‘บาร์ซ่า’ พิฆาต ‘หงส์’ แหลก 3-0 โอกาสชิงสดใส

อาซุลกราน่า‘ บาร์เซโลน่า จ่อเข้าชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังทีมเลือดหมูน้ำเงินแห่งคาตาลัน เปิดบ้านถล่ม ‘หงส์แดง‘ ลิเวอร์พูล ทีมแกร่งจากอังกฤษไปได้ขาดลอย 3-0 หากไม่ออกไปโดนยิง 4 ลูกในนัดหน้าก็จะผ่านเข้าชิงชนะเลิศทันที

จริงๆเกมนี้ สกอร์ค่อนข้างหลอกตามาก เพราะ ลิเวอร์พูล เองก็เล่นสู้กับเจ้าถิ่นได้อย่างสูสี แต่แล้วในนาทีที่ 26 หลุยส์ ซัวเรซ เด็กเก่าลิเวอร์พูลเอง ก็มายิงให้ บาร์ซ่า นำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 และครึ่งหลัง แม้ลิเวอร์พูลจะลุยหนัก แต่ในจังหวะบาร์เซโลน่า สวนกลับ กลายเป็น ลิโอเนล เมสซี่ มายิงประตูที่สองให้ทีมนำห่าง ก่อนที่ เมสซี่ จะแสดงความเป็นยอดนักเตะ เมื่อปั่นฟรีคิกสุดสวยปิดท้ายให้เจ้าบ้านถล่มชนะไปขาดลอย 3-0

ลิโอเนล เมสซี่ ทำประตูที่ 26 ในการเจอกับทีมจากอังกฤษในแชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่าอันดับสอง คือ โรนัลโด้ ถึง 14 ประตู รวมถึงเป็นการยิงลิเวอร์พูล ครั้งแรกในการเจอกัน 3 นัดด้วย

บาร์เซโลน่า รักษาสถิติ ไม่แพ้ใครในบ้านในถ้วยยุโรปเพิ่มเป็น 32 เกมติดต่อกัน (ชนะ 29 เสมอ 3)

– นี่คือการพ่ายแพ้มากที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในถ้วยยุโรป เท่ากับที่เคยแพ้ เรอัล มาดริด 0-3 ในปี 2014

บาร์เซโลน่า กลายเป็นทีมที่สอง ที่ทำประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ที่ยิงได้เกิน 500 ประตู (ลูก 3-0 คือประตูที่ 502) โดยทีมแรกที่ทำได้ คือ เรอัล มาดริด นั่นเอง

เมสซี่ ทำประตูคู่แข่งในแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 31 ทีม และ ลิเวอร์พูล คือทีมที่ 32 ที่โดนเขายิง (แต่สถิติสูงสุดยังเป็น ราอูล กอนซาเลซ อดีสตารฺ์เรอัล มาดริด ที่ยิงไป 33 ทีม)

ThaiBanner

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...