ชำแหละเกมแมนซิตี้เชือดเลสเตอร์ระทึก แชมป์อยู่ในมือ!มีคนเล่นแย่แม้ชนะ

ชำแหละเกมแมนซิตี้เชือดเลสเตอร์ระทึก แชมป์อยู่ในมือ!มีคนเล่นแย่แม้ชนะ

 

แมนฯ ซิตี้ กลับขึ้นไปนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้งพร้อมเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเองในเกมสุดท้าย หลังยัดเยียดความปราชัยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบหวุดหวิดในเกมที่บีบหัวใจสุดๆ และนี่คือสิ่งที่ผมเห็นจากเกมนี้


1. เมื่อปราศจากจอมทัพในแดนกลางอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ประสิทธิภาพเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ก็ต่ำลงไปเยอะเลยทีเดียว เพราะไม่มีใครวางบอลได้ทะลุทะลวงและแม่นยำเท่า ขณะที่ดาวรุ่งอย่าง ฟิล โฟเด้น พอได้ลงตัวจริงแล้ว ผลงานกลับน่าผิดหวัง กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของทีมไปเลย

2. นอกจากจะเชี่ยวชาญในการครองบอลบุกอยู่ข้างเดียวแล้ว สังเกตได้ว่าผู้เล่นของ แมนฯ ซิตี้ ยังป้องกันเกมสวนกลับคู่แข่งด้วยการตัดฟาวล์แทบจะทันทีที่เสียบอลอย่างที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยว่าเอาไว้จริงๆ และมักจะแย่งบอลจากคู่แข่งคืนได้อย่างรวดเร็วเสมอ


3. เลสเตอร์ เล่นเกมรับได้ค่อนข้างเหนียวแน่น ด้วยการตั้งด่านสกัดพลางปิดพื้นที่แน่นหนาแบบรถบัสจนเจ้าถิ่นเจาะเข้าไปไม่ถนัด ก่อนหาจังหวะสวนกลับ แต่ไม่ค่อยได้สวนสักเท่าไหร่จากเหตุผลในข้อที่ 2 นั่นแหละ
ส่วน แมนฯ ซิตี้ ยิ่งเวลาผ่านไป ความกดดันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถมยิ่งเร่งเครื่องมากเท่าไหร่ ความผิดพลาดมันก็ยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น โดยเปิดจากด้านข้างก็ติด เจาะตรงกลางก็ขัด ยิงไม่ค่อยตรงเป้า จังหวะไหนอุตส่าห์ตรงเป้าก็ดันติด แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าให้อีก เรียกว่าบุกจนท้อเลยทีเดียว
4. เป๊ป แก้เกมด้วยการส่ง ลีรอย ซาเน่ ลงมาแทน ฟิล โฟเด้น พลางปรับระบบเป็น 4-4-2 ด้วยการขยับ ราฮีม สเตอร์ลิง เข้าไปเป็นกองหน้าอีกคน

แต่ผ่านไปเกือบ 70 นาที แมนฯ ซิตี้ ก็ยังเจาะไม่เข้าจนพาลประสาทหลอนว่าประตูที่รอคอยมันคงจะไม่มาแล้วล่ะ บรรยากาศจึงเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ ภาพเด็กหงส์เริงร่าและแสยะยิ้มสยดสยองปรากฏขึ้นในมโมสำนึก
ทันใดปราการหลังอย่าง แวงซองต์ ก็องปานี ก็สวมบท บรู๊ซ วิลลิส ในหนังเรื่อง “อมาเกดอน – วันสิ้นโลก” ด้วยการตะบันตูมเดียวจากระยะกว่า 25 หลา ลูกพุ่งเสียบสามเหลี่ยมแบบไร้ปรานีซะอย่างนั้น

5. หลังได้ประตูที่ต้องการ แมนฯ ซิตี้ ก็ทำเหมือนที่ตัวเองเคยทำในช่วงหลังๆ ที่ถูกความกดดันขี่คอ คือเปลี่ยนไปเล่นแบบเพลย์เซฟ เพื่อรักษาสกอร์มากกว่าเอาประตูเพิ่ม ทว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นจนได้

ThaiBanner

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...