ประกาศให้ก้อง ‘ศึกชิงจ้าวแห่งยุโรป’ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก – ข่าวกีฬา ฟุตบอล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกาศให้ก้อง รัวกลองให้สนั่น!! ศึกชิงจ้าวแห่งยุโรป ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีความเป็นแชมป์ ความหยิ่งทรนง และบัลลงดอร์สุดยอดรางวัลสำหรับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2017 เป็นการแข่งขันฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2016 – 17 โดยเป็นฤดูกาลที่ 62 สำหรับการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปที่จัดโดย ยูฟ่า และเป็นฤดูกาลที่ 25 นับตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อการแข่งขันจากยูโรเปียบแชมเปียนคลับคัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยการแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นที่มิลเลนเนียมสเตเดียม ในคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ ในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560

โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้สิทธิ์ในการลงเล่นยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2017 กับทีมที่ชนะเลิศของการแข่งขันยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2016 –17 อีกทั้งยังได้สิทธิ์ในการลงเล่นฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2017 ในรอบรองชนะเลิศ ในนามตัวแทนของยูฟ่า

หลังจากใส่สตั๊ดห้ำหั่นกันมานานถึง 8 เดือน ในที่สุดฟุตบอล ” ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ” ประจำฤดูกาล 2016-17 ก็ได้สองทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่สนาม ”มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม”  ในกรุงคาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์แล้ว นั่นคือ ยูเวนตุส กับ เรอัล มาดริด สองยักษ์ใหญ่ที่ซิวแชมป์ยุโรปรวมกัน 13 สมัย(ยูเว่ 2, มาดริด 11)

เจ้าม้าลายทำผลงานสุดแกร่งในถ้วยยูซีแอลปีนี้ เมื่อพวกเขายังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น จากผลงานชนะ 9 เสมอ 3 พร้อมพกสถิติเกมรับสุดหรูเสียเพียงแค่ 3 ประตู น้อยที่สุดในบรรดาทีมที่ร่วมแข่งขันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ทั้งที่ระหว่างทางต้องเจอกับทีมที่มีเกมรุกจัดจ้านอย่าง บาร์เซโลนา และ โมนาโก

ด้านราชันชุดขาวเองก็โชว์ฟอร์มเทพไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเสียท่าปราชัยเกมแรกต่อแอต.มาดริดในรอบรองชนะเลิศ แต่พวกเขาคือเจ้าของสถิติทีมที่ทะลวงตาข่ายสูงสุดในรายการนี้ ด้วยผลงาน 32 ประตู จาก 12 เกม พร้อมเอาชนะทีมแกร่งอย่าง นาโปลี, บาเยิร์น มิวนิค และ ตราหมี ตกรอบน็อคเอาท์ แบบขาดลอยทั้งหมด

หลายคนจึงมองว่านี่คือเกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา มันคือการวัดกันของสองทีมที่เป็นที่สุดของทัวร์นาเมนต์ว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน ฝั่งหนึ่งคือทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นที่สุด อีกฝั่งคือทีมที่มีเกมรุกทรงประสิทธิภาพที่สุด

นอกจากความดุเดือดเลือดพล่านในเกมที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอชมแล้ว  สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือทั้งสองทีมต่างต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเองขึ้นมาในแมตช์นี้

เรอัล มาดริด ในฐานะแชมป์เก่าต้องการจารึกชื่อเป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์ ” ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ” ได้สำเร็จ ซึ่งยังไม่เคยมีสโมสรใดทำได้มาก่อนนับตั้งแต่รายการนี้เปลี่ยนชื่อเมื่อปี 1992 (เอซี มิลาน คือทีมสุดท้ายที่คว้าแชมป์ยุโรป 2 สมัยติด ในระหว่างปี 1988-1990 ตอนยังใช้ชื่อยูโรเปี้ยน คัพ)

เกมคู่นี้ยังมีรางวัลบัลลงดอร์ประจำปี 2017 เป็นเดิมพันด้วย เพราะนี่คือการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดที่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินเจ้าของรางวัลลูกบอลทองคำคนต่อไป เนื่องจากปีนี้ไม่มีทัวร์นาเมนต์ทีมชาติระดับเมเจอร์อย่าง ฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ลงแข่งในช่วงซัมเมอร์ จะมีเพียงแต่รายการ  ”คอนเฟเดเรชันส์ คัพ 2017” ซึ่งถูกจัดขึ้นเพื่อทดสอบความพร้อมของ รัสเซีย ชาติเจ้าภาพเวิลด์คัพ 2018 มากกว่า แน่นอนว่ามันคงไม่มีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการมากนักเหตุผลสำคัญอีกข้อคือตอนนี้ ”France Footbal” นิตยสารเจ้าของลิขสิทธิ์รางวัลบัลลงดอร์ขอแยกออกมามอบรางวัลเองตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ตัดสินใจไปรวมกับรางวัล ”ฟีฟ่า เวิลด์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์” ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาตินาน 6 ปี

ซีอาร์เซเวนยังคงระเบิดฟอร์มร้อนแรงและสร้างสถิติใหม่ขึ้นมากมายในฤดูกาลนี้

– เขาคือผู้เล่นคนแรกที่ยิงครบ 100 ประตู ใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

– เขาคือผู้เล่นคนแรกที่ยิงแตะหลัก 50 ประตู ในรอบน็อคเอาท์ของ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

– เขาคือผู้เล่นที่ยิงประตูเกมเหย้าและโหม่งทำสกอร์มากที่สุดใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

นี่เป็นแค่สถิติส่วนหนึ่งของกัปตันทีมชาติโปรตุเกสในปีนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามเลยว่ารางวัลบัลลงดอร์จะตกเป็นของใคร หาก เรอัล มาดริด จบฤดูกาลด้วยการเข้าป้ายคว้าแชมป์ลาลีก้าและ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ส่วนนายทวารวัย 39 ยังอยู่ยงคงกระพันไม่เปลี่ยนชนิดมือกาวรุ่นหลานยังอาย เขาช่วยเบียงโคเนรีเก็บคลีนชีตใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 6 นัดติดต่อกัน กลายเป็นสถิติใหม่ของการแข่งขันรายการนี้ พร้อมทั้งยังโชว์ฟอร์มหนึบเก็บคลีนชีตได้ถึง 60 เกม จาก 100 เกมหลังสุดในถ้วยยุโรป ในโลกนี้คงมีผู้เล่นไม่กี่คนที่รักษามาตรฐานการเล่นของตัวเองอย่างที่บุฟฟอนทำมาตลอด 20 ปี

ดังนั้นหากยูเวนตุสที่มีถ้วยแชมป์ทั้ง กัลโช เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไปอีกรายการ ตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมโลกคนต่อไปคงหนีไม่พ้นมือของสุภาพบุรุษลูกหนังจากอิตาลีผู้นี้

โดยเฉพาะถ้วยยุโรปนั้นแฟนบอลทั่วโลกต่างปรารถนาให้บุฟฟอนสุขสมหวังเสียที นี่คือแชมป์ที่เขายังไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดอาชีพค้าแข้งกว่า 2 ทศวรรษ ใกล้เคียงที่สุดคือการเข้าชิงในปี 2003 และ ปี 2015 แต่สุดท้ายเขาต้องอกหักชวดแชมป์ทั้งสองครั้ง

ไม่ว่าผลการแข่งขันที่สนาม ”มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม” จะเป็นเช่นไร ประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลจะถูกจารึกขึ้นอย่างแน่นอน โรนัลโด้จะกลายเป็นผู้เล่นที่ซิวบัลลงดอร์มากที่สุด (5 สมัย) เทียบเท่า ลิโอเนล เมสซี หรือ จานลุยจิ บุฟฟอน จะกลายเป็นผู้รักษาประตูคนที่สองที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ต่อจาก เลฟ ยาชิน ตำนานนายด่านของสหภาพโซเวียต

3 มิถุนายนนี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยรวมส่งแรงเชียร์!! –OLE777

 

นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการ เพิ่มเติมจากผู้เขียน

ความคิดเห็น

Loading...